Author: staff

กล่าวกันว่า บทเรียนที่ดีที่สุดมักมาจากประสบการณ์ชีวิตมากกว่าการเรียนในห้องเรียน และด้วยหลักการนี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย จึงได้จัดโครงการ Better U Next Future Campครั้งที่ 3 ขึ้น ซึ่งเป็นโครงการด้านการศึกษาที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ในการปลูกฝังทักษะชีวิตที่จำเป็นให้แก่เด็กๆ นางสาวศศิวิมล อารยวัฒนาพงษ์ Country Function Head of Human Resources ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการนี้ถือเป็นการต่อยอดจากโครงการ Better Uซึ่งเป็นหลักสูตรฝึกอบรมภายในของธนาคารที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2562 เพื่อฝึกอบรม 5 ทักษะหลักให้แก่พนักงาน ได้แก่ แนวคิดการเติบโต การแก้ปัญหา ความตระหนักรู้เรื่องดิจิทัล การออกแบบโดยมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง และการให้ข้อมูลผ่านการเล่าเรื่อง โครงการ Better U Next Future Camp ครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2565 โดยมุ่งเน้นให้เด็กๆ ที่เข้าร่วมโครงการเรียกรู้ทักษะหลักทั้ง 5 ผ่านกิจกรรมสนุกๆ เช่น Lego Education ส่วนครั้งที่ 2 เน้นเรื่องความรู้ทางการเงินและความฉลาดทางอารมณ์ ผ่านกิจกรรมเชิงประสบการณ์ เช่น การฝึกสมาธิและการจำลองตลาด และครั้งที่ 3 เน้นให้ความรู้และสร้างทักษะการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน มีบุตรหลานของพนักงาน ลูกค้า และเด็กจากครอบครัวที่ด้อยโอกาส อายุระหว่าง 8 ถึง 12 ปี ประมาณ 100 คนเข้าร่วม” ประโยชน์ของการสอนความยั่งยืนให้แก่เด็ก ๆ โครงการ Better U Next Future และอีกหลากหลายโครงการไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ความสนุกสนาน แต่ยังมีความสำคัญในการช่วยรับมือกับหนึ่งในปัญหาที่เร่งด่วนที่สุดในปัจจุบัน นั่นก็คือ ความยั่งยืน ประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ และการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป การปลูกฝังแนวคิดเรื่องความยั่งยืนแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เด็กๆ เติบโตเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อโลก ความรู้ด้านความยั่งยืนไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม แต่ยังเกี่ยวกับการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของสังคมและการพัฒนาทักษะชีวิต เช่น ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และการบริหารจัดการทรัพยากร ตัวอย่างเช่น ในโครงการนี้ เด็กๆ…

Read More

SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต จับมือ IN-SURE อินทรประกันภัย ขนทัพผลิตภัณฑ์ทางการประกันและการเงิน ตอบโจทย์ตรงใจทุกความต้องการ เพื่อสร้างหลักประกัน ความคุ้มครอง เพิ่มความอุ่นใจในการใช้ชีวิต สามารถเลือกซื้อผ่านระบบออนไลน์ ชอปได้ทุกที่ทุกเวลา รองรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล กับโครงการ Insure Mall ได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 15 มกราคม 2568 บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ SE Life และบริษัท อินทรประกันภัย จำกัด  (มหาชน) หรือ     IN-SURE เสนอขายผลิตภัณฑ์กับโครงการInsure Mall ผ่านเว็บไซต์ insuremallthailand.com ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จัดขึ้นร่วมกับภาคธุรกิจเพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบประกันภัยได้สะดวก รวดเร็ว จากทุกที่ ทุกเวลา ภายใต้แนวคิด Insure Mall ครบทุกเรื่องประกันภัย จบทุกความต้องการ โดยการรวบรวมผลิตภัณฑ์ประกันภัยไว้ในช่องทางเดียว ในรูปแบบออนไลน์ที่ทันสมัย และเข้าถึงได้ง่าย สามารถซื้อประกันได้ด้วยตัวเอง ทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง ตลอดจนเป็นแหล่งรวมความรู้พื้นฐานด้านการประกันภัยสำหรับประชาชน โดยจะเปิดให้ทำธุรกรรมหรือซื้อผลิตภัณฑ์ประกัน ได้ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม 2567 – 15 มกราคม 2568 ในการนี้ SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต และ IN-SURE อินทรประกันภัย ได้นำผลิตภัณฑ์ทางการเงินและแผนความคุ้มครองที่คัดสรรมาให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งเพื่อความคุ้มครอง เพื่อการออม เพื่อการวางแผนการเงิน และเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับการวางแผนภาษี โดย SE Life อาคเนย์ประกันชีวิต ได้นำแบบประกันด้านความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อการออม และประกันบำนาญซึ่งผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ที่นำมาเสนอได้แก่ ประกันออมทรัพย์ “ดี-ซูพรีม เซฟวิ่ง 10/1”ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2567 จ่ายเบี้ยประกันภัยครั้งเดียว รับเงินจ่ายคืนทุกปี 2.3%*…

Read More

“อาหาร” ถือเป็นหนึ่งใน Soft power และอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพสูงในการสร้างโอกาสการเติบโตและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับไทย เพราะนอกจากอาหารไทยจะมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วโลกมาอย่างยาวนานแล้ว ประเทศไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งความอุดมสมบูรณ์และความหลากหลายของวัตถุดิบ มาตรฐานการผลิตซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้งยังมีอุตสาหกรรมต่อเนื่องที่แข็งแกร่งและครบวงจรอีกด้วย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนที่ดีในการสนับสนุนและต่อยอดการขับเคลื่อนและส่งออก Soft power ด้านอาหารของไทย   ทั้งนี้กลไกในการผลักดันยุทธศาสตร์ Soft power ด้านอาหาร สามารถทำได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการสอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมการรับประทานอาหารที่น่าสนใจและมีเอกลักษณ์ผ่านสื่อบันเทิงต่าง ๆ เช่น ละคร ซีรีส์ ภาพยนตร์ รวมทั้งการเผยแพร่ผ่านผลงานศิลปะและดนตรี หรือแม้แต่การโปรโมตการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy tourism) เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงเข้ากับประเพณี วิถีวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น และกระจายรายได้สู่ชุมชน ซึ่งนอกจากจะส่งผลดีต่อผู้เล่นที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ยังทำให้ภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องได้รับอานิสงส์ตามไปด้วย ซึ่งกลไกการผลักดันเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทยดำเนินการอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมว่ากุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ คือการสร้างระบบนิเวศ(Ecosystem) ที่เอื้อและสนับสนุนต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านนี้ เพื่อติดอาวุธและสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทย ที่สำคัญประกอบด้วย การพัฒนาคน ด้วยการยกระดับศักยภาพของคนไทยให้เปลี่ยนจากแรงงานทักษะต่ำเป็นแรงงานทักษะสูง รวมถึงการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะความรู้ความสามารถเชิงสร้างสรรค์และทักษะเฉพาะทาง การจัดตั้งหน่วยงานกลางในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Soft power ซึ่งปัจจุบันมีTHACCA ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการอำนวยความสะดวก ประสานงานกับทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในไทย เพื่อปลดล็อกศักยภาพ แก้ปัญหาอุปสรรคด้านกฎหมาย และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมอาหาร การวางยุทธศาสตร์การส่งออกและการตลาด เพื่อประชาสัมพันธ์ จัดทำแผนและกระบวนการด้านการส่งออกของดีของประเทศไทยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดปลายทาง SCB EIC มองว่า การผลักดัน Soft power ด้านอาหาร จะมีส่วนช่วยสนับสนุนภาคการผลิตและภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น การส่งออกอาหารและผลิตภัณฑ์ ร้านอาหาร โรงเรียนสอนทำอาหาร ร้านของฝากและของที่ระลึก หรือแม้แต่การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ความท้าทายสำคัญ คือ การสร้างมาตรฐานและกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานที่มีความสอดคล้องและมีทิศทางเดียวกันทั้ง Ecosystem รวมถึงการทำการตลาดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อตอกย้ำภาพจำที่เด่นชัดกับผู้บริโภคในตลาดโลก   บทวิเคราะห์โดย… https://www.scbeic.com/th/detail/product/soft-power-031224

Read More

บลจ.จิตตะ เวลธ์ พัฒนาอัลกอริทึมให้ฉลาดล้ำ ต่อยอดสู่ Alpha AI ช่วยจับสัญญาณ ‘ตลาดหุ้นที่ดีในเวลาที่เหมาะสม’ และคัดเลือก‘ลงทุนในหุ้นดีราคาถูก’ จัดพอร์ตอัตโนมัติให้แก่นักลงทุน ผ่านกองทุนส่วนบุคคล ‘Jitta Ranking Alpha’ แผนการลงทุนใหม่ที่จะช่วยลงทุนในประเทศที่น่าลงทุนมากที่สุดแต่ละปี บริหารจัดการ ปรับพอร์ตอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน และสับเปลี่ยนประเทศให้ทุกปี พิสูจน์ด้วยผลตอบแทนย้อนหลังเฉลี่ย (Back Test) 20.71% ต่อปี นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะ เวลธ์ จำกัด สตาร์ตอัปสัญชาติไทยที่มีจํานวนกองทุนส่วนบุคคลภายใต้การบริหารมากที่สุดในประเทศ เปิดเผยว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการออกไปลงทุนต่างประเทศกลายเป็นที่ต้องการและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาหลักของนักลงทุนส่วนใหญ่คือการเลือกลงทุนในประเทศที่กำลังเติบโต มีอนาคตที่ดีในระยะยาว แต่ช่วงเวลาที่ลงทุนอาจเป็นช่วงที่ตลาดแพงมากหรือเริ่มเป็นขาลงตามวัฏจักร จึงประสบปัญหาพอร์ตติดลบค่อนข้างนาน และไม่รู้ว่าควรจะย้ายไปลงประเทศอื่นตอนไหนดี อย่างไรก็ตามหากพิจารณาสถิติตลาดหุ้นย้อนหลังในหลายๆ ประเทศ พบว่า ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นลงเป็นวัฏจักร โดยเฉลี่ยแล้วใน 10 ปี ตลาดหุ้นจะติดลบประมาณ 3 ปี และกำไรประมาณ 7 ปี ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่า หากตลาดหุ้นโดยรวมทำผลตอบแทนได้ดีหลายปีติดต่อกัน ก็มีโอกาสที่ปีต่อไป ตลาดหุ้นจะปรับฐานทำผลตอบแทนลดลง ในขณะเดียวกัน หากตลาดหุ้นทำผลตอบแทนไม่ค่อยดีในปีที่ผ่านๆมา หรือประสบวิกฤต ตลาดหุ้นตกลงมาแรงๆ ก็มีโอกาสที่ปีต่อไปจะฟื้นตัว กลายเป็นตลาดหุ้นขาขึ้นได้ ดังนั้นหากนักลงทุนสามารถวิเคราะห์หา ‘เวลาที่เหมาะสม’ ในการลงทุนของตลาดหุ้นแต่ละประเทศ​ และสามารถสลับการลงทุนจากตลาดหุ้นที่ราคาแพงเกินไปแล้ว นำเงิน ไปลงทุนในตลาดที่มีโอกาสมากกว่า ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยลดระยะเวลาการฝ่ามรสุมตลาดหุ้นขาลง (Drawdown Period)​ ของพอร์ตได้ และเพิ่มผลตอบแทนให้ดีขึ้นได้ในระยะยาว “หุ้นพื้นฐานดีอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจลงทุน นักลงทุนต้องวิเคราะห์ดูอีกชั้นว่า หุ้นพื้นฐานดีที่มีอยู่ในประเทศนั้นๆ ปัจจุบันเป็นหุ้นที่ ‘ถูก’ หรือ ‘แพง’ มากน้อยแค่ไหน เพราะสัดส่วน ‘หุ้นดีราคาถูก’ ในตลาดหุ้นจะบอกถึงโอกาสทำกำไรของตลาดหุ้นนั้นๆ ได้ดี ตลาดหุ้นใดมีหุ้นพื้นฐานดีเยอะกว่า แสดงว่าเป็นตลาดที่มีรากฐานการเติบโตแข็งแกร่งและยั่งยืนกว่า แต่หาก ‘หุ้นดีราคาแพง’ มีจำนวนเยอะกว่า ‘หุ้นดีราคาถูก’ ก็เป็นไปได้ว่าตลาดหุ้นในตอนนั้นร้อนแรงเกินไป ราคาหุ้นค่อนข้างเฟ้อเป็นฟองสบู่รอวันแตก และถ้าเราลงทุนในเวลานั้นแล้วฟองสบู่แตกจริงก็จะทำให้เราขาดทุนหนักๆ ได้ แม้ว่าเราจะซื้อหุ้นที่ดีไว้ก็ตาม ดังนั้น การเลือกลงทุนในประเทศที่มีหุ้นพื้นฐานดีและราคาถูก จำนวนมากกว่า…

Read More

นายเธียรวิทย์ หาญเมธีคุณา ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 (ภาคตะวันออก) ด้านสาขา บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน ชมรมตัวแทนประกันวินาศภัย และศูนย์ซ่อมมาตรฐาน ในสังกัด มอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ “สุขที่ให้…เพื่อน้องได้เรียน” ปีที่ 5 แก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมจำนวนทั้งสิ้น 142 ทุน เป็นเงิน 252,555 บาท โดยดำเนินการมอบพิธีมอบทุนการศึกษาแก่ โรงเรียนบ้านอ่างเสือดำ ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 92 ทุน เป็นเงิน 150,055 บาท โดยมี นางสาวณัฐมาพร นาราศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอ่างเสือดำ เป็นผู้รับมอบ ทั้งยังได้มอบทุนการศึกษาแก่ โรงเรียนบ้านตะพุนทอง ตำบลกะเฉด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จำนวน 50 ทุน เป็นเงิน 102,500 บาท อีกด้วย พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังนำกลุ่มพันธมิตรทางการค้า และกลุ่มวิริยะจิตอาสา สังกัดศูนย์ / สาขาระยองและฉะเชิงเทรา จัดเลี้ยงอาหารกลางวัน มอบของที่ระลึกและอุปกรณ์การเรียนแก่เด็กนักเรียนทั้ง 2 โรงเรียน ​   สำหรับ โครงการ “สุขที่ให้…เพื่อน้องได้เรียน” บริษัทฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยมีความมุ่งหวังในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างเต็มที่และมีความสุข และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ ภายในปี 2567 บริษัทฯ ร่วมกับตัวแทน/นายหน้าประกันวินาศภัย ศูนย์ซ่อมมาตรฐาน และพันธมิตรทางธุรกิจ ได้ดำเนินการมอบทุนการศึกษาแล้วในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และล่าสุดที่ภาคตะวันออก รวมทั้งหมด 862 ทุน เป็นเงินทั้งสิ้น 1,218,655 บาท ขอขอบพระคุณที่กรุณาเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ แผนกประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารองค์กร โทร. 0-21297416…

Read More

  นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า กลยุทธ์การลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีในช่วงท้ายปี สำหรับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF), และกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ควรจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสม โดยการกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์หรือตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว ดังนั้น บลจ.อีสท์สปริง จึงได้คัดสรร 7 กองทุนที่มีศักยภาพ ทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ESG, ตราสารหนี้ทั่วโลก, หุ้นทั่วโลก, กองทุนผสม, และหุ้นเทคโนโลยี เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุน   โดยกองทุน  ThaiESG แนะนำ 2 กองทุน คือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ ESGประกอบด้วย กองทุนเปิดอีสท์ปริง ESG Mixed 30/70 เน้นการลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีSET ESG และตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนในสัดส่วน 30% และ 70%  โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบการลงทุนคือ แบบสะสมมูลค่า (ES-ESG3070-ThaiESG-A)และแบบมีเงินปันผล (ES-ESG3070-ThaiESG-D) ส่วนอีก 1 กองทุนที่ลงทุนในหุ้น ESG คือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง SETESG (ES-SETESG) โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG Index เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว โดยเลือกลงทุนเฉพาะในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยบนกระดานหลักหรือกระดานเอ็มเอ ไอ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ซึ่งมีให้เลือก 2 รูปแบบการลงทุน คือ แบบสะสมมูลค่า (ES-SETESG-ThaiESG-A) และแบบมีเงินปันผล (ES-SETESG-ThaiESG-D) สำหรับกองทุน RMF แนะนำ 4 กองทุน ประกอบด้วย ธีมตราสารหนี้ทั่วโลก คือ กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Bond เพื่อการเลี้ยงชีพ (ES-GRMF) มีนโยบายเน้นลงทุนในกองทุน PIMCO GIS Bond Fund ซึ่งลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก โดยเน้นกลุ่มคุณภาพดี เช่น…

Read More

    บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า SAM ได้จัดให้มีการประมูลครั้งที่ 13 ขึ้นในเดือน ธ.ค.นี้ และเดือน ม.ค. 2568 โดยนำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ทำเลดีทั่วประเทศ พร้อมปรับลดราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยและทรัพย์เพื่อการลงทุน อาทิ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารพาณิชย์ ที่ดินเปล่า โรงงาน โกดัง ฯลฯ รวมทั้งสิ้น 55 รายการ มูลค่ารวม 297 ล้านบาท จัดประมูล 2 รอบ ในวันที่ 24 ธ.ค. 67 และ 7 ม.ค. 68     ทั้งนี้ ยังได้จัดโปรโมชัน “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ (เฉพาะทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไข) และ SAM ยังร่วมกับธนาคารชั้นนำ ทั้งธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยล่าสุด ธอส. จัดโปรโมชันพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ SAM และยื่นขอสินเชื่อภายใน 30 ธันวาคมนี้  รับ “สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยต่ำ ฉลองครบรอบ 71 ปี ธอส. ” ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่6 เดือนแรก เพียง 0.71% ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี  เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า…

Read More

บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) จับมือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)  นำเสนอประกันลดหย่อนภาษีที่ตอบโจทย์ทุกเป้าหมาย เพื่อให้คุณจัดการภาษีได้แบบมืออาชีพ พร้อมความคุ้มค่าที่ตรงใจตามไลฟ์สไตล์ชีวิตและความต้องการที่แตกต่างกัน ไม่ว่าเป็นความคุ้มครองที่มั่นคง การออมที่มีเป้าหมาย หรือการวางแผนเกษียณอย่างมั่นใจ เพียงซื้อประกันชีวิตที่ร่วมรายการ คุณจะได้รับสิทธิพิเศษ พร้อมคงสิทธิ์ในการลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วน ตั้งแต่วันนี้ – 30 ธันวาคม 2567 สำหรับประกันชีวิตที่ร่วมรายการดังกล่าวมี 5 แผนประกัน ลดหย่อนภาษีได้เต็มที่ 300,000 บาท* ดังนี้ เน้นออมควบคู่ความคุ้มครอง KKPGEN WEALTH 10/3 (Par) จ่ายเบี้ยสั้น 3 ปี รับเงินคืนทุกสองปี 2% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และโอกาสรับเงินปันผลทุกปี KKPGEN WEALTH 15/5 (Par) จ่ายเบี้ยสั้น 5 ปี รับเงินคืนทุกปีสูงสุด 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และโอกาสรับเงินปันผลทุกปี สร้างหลักประกันให้ครอบครัว เน้นคุ้มครองสูง KKPGEN INFINITE RETURN 90/5 จ่ายเบี้ยเพียง 5 ปี คุ้มครองชีวิตถึงอายุ 90 ปี หลังอายุ 60 ปี รับเงินคืนรายปีสูงสุด 24% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย –    KKPGEN INFINITE WEALTH 90/5 CI CARE PLUS จ่ายเบี้ยเพียง 5 ปี คุ้มครองชีวิตถึงอายุ 90 ปี        พร้อมความคุ้มครอง 32 โรคร้ายแรง 300% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เก็บเงินเพื่อแผนเกษียณ KKPGEN INFINITE ANNUITY 88/5 จ่ายเบี้ยสั้นเพียง 5 ปี และรับบำนาญปีละ…

Read More

  ธนาคารไทยพาณิชย์ และ SCB Academy ประกาศความสำเร็จอีกครั้งในวงการนวัตกรรมการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้วยการคว้ารางวัล Thailand HR Innovation Award 2024 ระดับ Gold Award จากโครงการ “AFAST (เอ-ฟาสต์) : พร้อมวิ่งสู้ สู่การเปลี่ยนแปลง” โครงการที่มุ่งมั่นส่งมอบ องค์ความรู้ ทักษะสำคัญ ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ ให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล สอดคล้องกับค่านิยมของธนาคารในเรื่อง“Sustainability to the Core” หรือการสร้างความยั่งยืนเริ่มต้นที่ตัวบุคคล สู่การพัฒนาองค์กรและสังคม  โครงการรางวัลนวัตกรรมการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ HR Innovation Award จัดโดย 4 สถาบันชั้นนำของประเทศ ได้แก่ สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT), สถาบันพัฒนาวิชาชีพทรัพยากรบุคคล (IHPD), สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โดยมีวัตถุประสงค์ ในการเฟ้นหานวัตกรรมองค์กร เพื่อส่งเสริม รณรงค์ ยกระดับ การสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กระตุ้นให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนมีความตื่นตัวในการคิดค้นนวัตกรรมในการบริหารงานบุคคลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเป็นแนวทางให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมนวัตกรรมในองค์การทุกขนาดและทุกประเภท รวมทั้งมุ่งให้เกิดการสนับสนุนการเกิดนวัตกรรมในธุรกิจ SME โครงการ AFAST มีเป้าหมายการดำเนินงานอยู่ 2 ด้านคือ สร้างโอกาสการเรียนรู้สู่สังคมส่งเสริมให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ แบบฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านหลักสูตรออนไลน์ บนแพลตฟอร์มของ SCB Academy (พลเมืองดีจิทัล) หรือพันธมิตรที่ร่วมโครงการ สร้างโอกาสการพัฒนาทักษะการเรียนการสอน การทำงาน  การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ผ่านการออกแบบกิจกรรม, เวิร์กชอป, Bootcamp, หรือโครงการสร้างอาชีพต่างๆ โดยโครงการนี้ เป็นการบูรณาการนวัตกรรมด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในแง่ขององค์ความรู้ ทักษะ ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งจากภายในธนาคาร และภายนอกธนาคาร ซึ่งได้แก่หน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนมากกว่า 40 องค์กร ในส่วนของภายในธนาคาร นวัตกรรมด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันระหว่าง People Function และหน่วยงานต่างๆ ภายใต้การสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงสุด อาทิ นายอรพงศ์…

Read More

  บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM เปิดเผยรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ ว่า ผู้บริหารของ TQM จำนวน 2 ท่าน ได้ซื้อหุ้น TQM ในวันที่ 18 และ 20 พฤศจิกายน 2567 ได้แก่ 1. นายอัญชลิน พรรณนิภา ประธานกรรมการบริษัท จำนวน 150,000 หุ้น ราคาเฉลี่ย 23.63 และ 22.35 บาท และ 2. นางนภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จำนวน 150,000 หุ้น ราคาเฉลี่ย 23.63 และ 22.35 บาท การซื้อหุ้นของผู้บริหารทั้ง 2 ท่านในครั้งนี้ เป็นการซื้อครั้งที่ 2 ในรอบปี 2567 หลังจากที่มีการซื้อหุ้นรวม 340,000 หุ้น เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 และรวมกับครั้งนี้ เป็น 640,000 หุ้น แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของ TQM ที่มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับสูง อัตรากำไรสุทธิ 22% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 และ ROE ณ สิ้นไตรมาส 3/2567 อยู่ที่ 29% นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 ยังคงเติบโตได้อย่างยั่งยืน เป็นไปตามเป้าหมายที่คาด มีรายได้รวม 3,043 ล้านบาท เติบโต 8% จากปีที่ผ่านมา และมีกำไรสุทธิ 672 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ การเติบโตของ TQM ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจประกันที่เป็นธุรกิจหลัก ซึ่งเติบโตได้ดีกว่าตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ที่ขยายตัวจากกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอัตราการต่อประกันกว่า 70% การเพิ่มลูกค้า Segment ใหม่ และช่องทาง Digital ที่ขยายตัว คาดว่าไตรมาส 4 นี้ จะเป็นช่วง High season สอดคล้องกับแนวโน้มภาพรวมของอุตสาหกรรมประกัน นอกจากนี้ ในปี 2568 ยังมีโอกาสเติบโตจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้กับฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 3 ล้านราย โดยตั้งเป้าเบี้ยประกันชีวิตไว้ประมาณ 2,000 ล้านบาท

Read More