บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอกซ่า ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และประเทศเกาหลีใต้ (แถวหลัง คนกลาง) และคุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและภาพลักษณ์องค์กรและการสื่อสารองค์กร (แถวหลัง คนที่ 4 จากขวา) ร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจของคนที่มีความแตกต่างทางเพศ หรือ Pride Month เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันในที่ทำงาน และสนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้อย่างมีอิสระ และไม่มีข้อจำกัด ผ่านกิจกรรม “Shine On, Shine Bright, Shine Your Own Way” โดยภายในงานมีการประกวด Drag Contest ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้ธีม Shine On, Shine Bright, Shine Your Own Way ซึ่งชุดแต่งกายของผู้เข้าประกวด ได้ถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์รักษ์โลก Commit to Climate นอกจากนั้นยังได้รับเกียรติจาก คุณคริสติน่า อากีล่าร์ นักร้องชื่อดัง และคุณแคนดี้ ไซยาไนด์ หรือ คุณสุกุล ดงน้อย แดร็กควีนชื่อดัง จากรายการDrag Race Thailand Season 2 มาร่วมแสดงโชว์สุดพิเศษ กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ทุกคนเห็นคุณค่าและความสำคัญในเรื่องความเท่าเทียม ภายใต้แนวคิด I&D (Inclusion and Diversity) โดยทุกคนพร้อมยอมรับความแตกต่างกัน ในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น อายุ เชื้อชาติ ศาสนา ความแตกต่างทางกายภาพ รวมถึงเพศสภาพ โดยบริษัทฯ เปิดกว้างให้พนักงานสามารถแต่งกายที่แสดงความเป็นตัวของเองได้อย่างเต็มที่ Be Yourself at Work และปีนี้ถือเป็นอีกปีหนึ่งที่พนักงานได้รวมพลัง แสดงออกและส่งเสริมให้ทุกคนได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ รวมถึงบริษัทฯ ยังมีสวัสดิการสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน และให้ความคุ้มครองสำหรับการผ่าตัดแปลงเพศ นอกจากนั้นบริษัทฯ ได้เปิดตัวสวัสดิการใหม่ อาทิ…
Author: staff
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เดินหน้าองค์กรด้วยดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยใช้ Tech & Data เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน มุ่งสร้าง Data-driven Culture ปักธงใช้ข้อมูลเป็นเข็มทิศในการดำเนินธุรกิจ พร้อมจัดงาน Data Week 2024 เสริมศักยภาพพนักงานในการนำข้อมูลมาใช้ เพื่อสร้างสรรค์โซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและส่งมอบประสบการณ์ในระดับบุคคล (Segment-of-one) มุ่งมั่นปลดล็อกพลังแห่งข้อมูล พลิกโฉมอนาคตการเงินไทย เพื่อสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นแบบรอบด้านให้กับคนไทยอย่างแท้จริง นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้พฤติกรรมของลูกค้ามีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ทีทีบีจึงเร่งทรานส์ฟอร์มองค์กรนำดิจิทัลมาดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่มในทุกช่วงชีวิต โดยใช้ Tech & Data เป็นแกน พร้อมมุ่งสร้าง Data-driven Culture เพราะเชื่อว่าการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันให้เป็นผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพสูงสุดจะต้องทำสองสิ่งนี้ควบคู่กันไป ซึ่งธนาคารมีข้อมูล (Data) เป็นจำนวนมากที่สามารถนำไปต่อยอดพัฒนาโซลูชันทางการเงิน จึงมุ่งส่งเสริมพนักงานนำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ข้อมูลและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั่วทั้งองค์กร มีการสร้างทีม Data Analytics เป็นศูนย์กลางของข้อมูลโดยเฉพาะ พร้อมขยายไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ภายในองค์กรเพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ “เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้มีข้อมูลรูปแบบใหม่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งทีทีบีเล็งเห็นถึงความสำคัญในการใช้ประโยชน์ของข้อมูล และนำมาใช้ออกแบบประสบการณ์ทางการเงินให้กับลูกค้าจากการรับบริการที่สาขาและ Mobile Banking ที่เชื่อมต่อกันได้แบบไร้รอยต่อ โดยยกระดับแอป ttb touch ด้วยแนวคิด Humanized Digital Banking ซึ่งปัจจุบัน 94% ของธุรกรรมที่สาขา สามารถทำได้บน ttb touch ลูกค้าจะได้รับความสะดวก รวดเร็ว ทำธุรกรรมได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมนำข้อมูลมาวิเคราะห์และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในระดับบุคคลเพื่อให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดียิ่งขึ้นแบบรอบด้าน” ด้านนายนริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่ม งาน Data และ Analytics ทีเอ็มบีธนชาต ดูแลการขับเคลื่อนและบริหาร Data และ AI ของธนาคาร กล่าวว่า “ทีทีบีขับเคลื่อนองค์กรด้วยการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ทำความเข้าใจลูกค้าเชิงลึกเพื่อให้ทราบพฤติกรรมและความต้องการที่แท้จริง เพื่อยกระดับการบริการและสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้ลูกค้าในระดับบุคคลผ่านPersonalized AI Engine ซึ่งเป็นระบบที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยทีมงานภายในองค์กร เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุด ด้วยการมอบโซลูชันและสิทธิประโยชน์ทางการเงินในแบบเฉพาะบุคคลได้ตรงตามความต้องการแบบ Real-time ด้วยความแม่นยำกว่า 80% ส่งผลให้เกิดCustomer Engagement เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และมียอดขายของผลิตภัณฑ์ผ่านการใช้ AI Engine นี้เติบโตขึ้น นอกจากนี้ มีการนำข้อมูลเพื่อวิเคราะห์และประเมินพฤติกรรมของบัญชีม้า ช่วยให้ทราบถึงพฤติกรรมทางการเงินที่แตกต่างจากคนทั่วไป ซึ่งสามารถช่วยดูแลความปลอดภัยทางการเงินให้กับลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้ลูกค้าธุรกิจกว่า 5,000 รายที่ใช้ ttb smart shop สามารถใช้งาน Analytic Report ในการวิเคราะห์ยอดขาย ผลิตภัณฑ์ และทราบถึงข้อมูลลูกค้าเชิงลึก (Customer insight) เป็นต้น “ล่าสุด ทีทีบีได้จัดงาน Data Week 2024 ช่วยส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของพนักงานให้มีความเข้าใจในการนำ Tech & Data มาประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างได้เต็มประสิทธิภาพ สนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้และกระตุ้นให้พนักงานเป็น Change Agent ภายในองค์กร เพื่อให้เกิดการนำข้อมูลมาใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการทางการเงินที่ตอบ โจทย์ความต้องการของลูกค้า และขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งงานนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก มีพนักงานให้ความสนใจเข้าร่วมชมกว่า 1,000 คน เข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความรู้ในงาน Data Community Day และ Data Workshop เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นในการเพิ่มพูนทักษะของตน และเรียนรู้ที่จะนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า” สำหรับ “Data Week 2024” งานโชว์นวัตกรรมการเงินยุคใหม่ด้วยพลังแห่งข้อมูล เป็นกิจกรรมภายในธนาคารที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการนำข้อมูลไปใช้ในการทำงานและสนับสนุนให้พนักงานทุกคนเป็น Change Agent ร่วมขับเคลื่อนองค์กร โดยภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ได้แก่ Data…
เสริมแกร่งความรู้ – นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ (ที่ 3 จากขวา)นายสรกฤช พฤทธานนทชัย เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Senior Vice President สนับสนุนระบบงานช่องทางการให้บริการ สายเทคโนโลยี (ขวาสุด) นายอภิวัฒน์ ปุณโณปกรณ์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ (ที่ 2 จากขวา) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดอบรม “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.)” ประจำปี 2567 พร้อมมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนการจัดโครงการอบรมดังกล่าว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 และกิจกรรมอื่นๆ ของสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ประจำปี 2567 โดย นางสาวดวงพร อุดมทิพย์ นายกสมาคมฯ (ที่ 4 จากซ้าย) นางสาวมาสุทธิ ตั้งภควัตกุล อุปนายก1 (ซ้ายสุด) สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เป็นผู้รับมอบ โอกาสนี้ นางสาวโสภิดา วระนิล รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา (ที่ 2 จากซ้าย) และ นางสาวสิริธิดา สงขวัญ หัวหน้าสาขาการจัดการโลจิสติกส์ (ที่ 3 จากซ้าย) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้เกียรติร่วมด้วย ที่อาคาร 10 ห้อง Blissful มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โอกาสเดียวกัน นายสรกฤช พฤทธานนทชัย เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Senior Vice President สนับสนุนระบบงานช่องทางการให้บริการ สายเทคโนโลยี ธนาคารกรุงเทพได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษถึงโฉมหน้าของอัจฉริยะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI นวัตกรรมที่ได้คืบคลานเข้ามาทุกภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่ในภาคการธนาคารเอง โดยมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการแก้ปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้อย่างมาก โดยได้ให้ความเห็นสำหรับการใช้ประโยชน์จาก AI แบบพึ่งพาว่า เทคโนโลยีดิจิทัลนับเป็นปัจจัยความเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบันที่มาพร้อมกับโอกาสใหม่และความท้าทายในเวลาเดียวกัน…
ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมกับ บริษัท บุญมีฤทธิ์ มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดูแลช่องทางเครือข่ายโซเชียลมีเดีย “มนุษย์ต่างวัย” และ สำนักเคเอกซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการขับเคลื่อนพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อการสร้างสังคมสูงวัยคุณภาพ สู่การพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน เตรียมความพร้อมก่อนก้าวเข้าสู่เกษียณวัยในระดับนโยบายสู่ระดับปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรม โดยการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของผู้สูงวัย มีหลักสูตรการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ ด้วยทักษะที่สำคัญในอนาคต 3 ด้าน ได้แก่ ทักษะการเงิน ทักษะการงาน และทักษะการใช้ชีวิต รวมถึงการสร้างประสบการณ์พร้อมใช้ในด้านต่างๆ เพื่อส่งเสริมและต่อยอดสู่การสร้างอาชีพและก่อให้เกิดรายได้ของผู้สูงวัยในอนาคตอย่างยั่งยืน นายวรวัจน์ สุวคนธ์ รองผู้จัดการใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการปรับเปลี่ยนองค์กรมาโดยตลอดในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา โดยเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและตลอดชีวิต ประกอบกับปัจจุบันประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว เรามีความเชื่อมั่นว่าแม้แต่ผู้สูงวัยก็ยังเป็นกลุ่มคนที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นบุคลากรมีคุณค่า สามารถส่งต่อองค์ความรู้ ประสบการณ์ ให้คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษา หรือแม้กระทั่งให้กำลังใจแก่คนทำงานรุ่นหลังที่กำลังเติบโต และช่วยเหลือสังคมต่อไปได้ ซึ่งทางธนาคารมีความพร้อมในการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สำคัญในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ทักษะด้านการเงิน ทักษะด้านการงาน และทักษะด้านการใช้ชีวิต ทั้งนี้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือของ 3 ภาคส่วนในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับการพัฒนาทรัพยากรบุคลากรในสังคม เสมือนเป็นการช่วยติดอาวุธ และผลักดันศักยภาพของผู้สูงวัยให้มีคุณค่า เพื่อเป็นกำลังสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายประสาน อิงคนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บุญมีฤทธิ์ มีเดีย จำกัด กล่าวว่า “จากการทำงานของมนุษย์ต่างวัยในตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ตระหนักว่า ยิ่งประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วเท่าไร การเตรียมความพร้อมให้กับสังคมก่อนเข้าสู่ช่วงวัยเกษียณยิ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเรื่องของสังคมสูงวัยไม่ใช่แค่เรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของคนทุกเจเนอเรชัน หากว่าผู้สูงอายุมีสุขภาพแข็งแรง มีความรู้ สามารถปรับตัวได้ ออกไปทำงานได้ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ ลูกหลานเองก็จะมีความสุขด้วยเช่นกัน ซึ่งประเด็นเรื่องสังคมสูงวัยนี้ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ที่เกิดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นประเด็นระดับโลกที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ ซึ่งหากรอให้ภาครัฐดำเนินการเพียงอย่างเดียวคงจะรับมือไม่ทัน ความร่วมมือในครั้งนี้ ระหว่างบริษัท บุญมีฤทธิ์ มีเดีย จำกัด สำนักเคเอกซ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และธนาคารไทยพาณิชย์ จึงเรียกได้ว่าเป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากในการทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่สำคัญให้แก่ผู้สูงอายุ และช่วยกันขับเคลื่อนประเด็นทางสังคมนี้ร่วมกัน” นายวรรณภพ กล่อมเกลี้ยง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร…
ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลเฉลิมฉลอง Pride Month ล่าสุดจัดงานเสวนา “WORK-LIFE-PRIDE” แลกเปลี่ยนความคิดเห็นของผู้บริหารและพนักงานกลุ่ม LGBTQIA+ เนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม พร้อมแสดงเจตนารมณ์เดินหน้าบริหารบุคลากรตามหลัก DEI&B ผ่านนโยบายและสวัสดิการต่าง เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วมของพนักงานอย่างครอบคลุม สะท้อนภาพการเป็นองค์กรธนาคารชั้นนำระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนพนักงานทุกคนโดยปราศจากการแบ่งแยก นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า “เนื่องในเดือนแห่งความเท่าเทียมทางเพศ (Pride Month) รวมถึงในโอกาสที่ประเทศไทยผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซิตี้แบงก์ในฐานะองค์กรธนาคารระดับโลกที่โอบรับทุกความแตกต่างและมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมกับพนักงานทุกคน จึงเดินหน้าพัฒนาการบริหารองค์กรให้ทันต่อยุคสมัย ตามแนวคิด “DEI&B” ที่ส่งเสริมความหลากหลาย (Diversity) ความเสมอภาค (Equality) การมีส่วนร่วม (Inclusivity) และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (Belonging) ผ่านนโยบายต่าง ๆ โดยเฉพาะสำหรับพนักงานกลุ่ม LGBTQIA+ ไม่ว่าจะเป็นอิสระทางการแต่งกายและการเลือกใช้สรรพนามตามเพศวิถี ไปจนถึงการจัดสวัสดิการที่เท่าเทียมสำหรับพนักงานทุกเพศ เช่น ค่ารักษาพยาบาลของคู่ของพนักงานและของบุตร นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งเครือข่ายความหลากหลาย (Pride Network) เพื่อให้คำปรึกษาและส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเองแก่พนักงานทุกเพศและทุกคน รวมไปถึงโปรแกรม Reverse Mentoring ให้พนักงานในกลุ่ม LGBTQIA+ เป็นเมนเทอร์แก่ผู้บริหาร เพื่อให้เกิดความเข้าใจความต้องการและสามารถจัดนโยบายที่เหมาะสมที่สุดแก่บุคลากรทุกฝ่าย” ด้าน อัญวุฒิ (เกลล์) ประทาน ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์และอนุพันธ์ ธนาคารซิตี้แบงก์ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะคนวัยทำงานซึ่งเป็น LGBTQIA+ นอกจากตำแหน่งหน้าที่ ค่าตอบแทนที่เหมาะสม และความมั่นคงในอาชีพแล้ว อีกสิ่งที่มองหาจากองค์กร คือสภาพแวดล้อมการทำงานที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย พร้อมให้เกียรติและยอมรับในตัวตนของเราโดยไม่มีคำว่าเพศมาเป็นตัวแบ่งแยก ซึ่งซิตี้แบงก์มีวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงานและสมาชิกเครือข่าย Pride Network รวมถึงคำแนะนำจากฝ่ายบริหารองค์กร ทั้งหมดนี้เป็นส่วนสำคัญทำให้ตนเองเลือกตัดสินใจที่จะทำงานในองค์กรแห่งนี้ และล่าสุดจากการที่ประเทศไทยได้ผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมแล้วนั้น ถือเป็นข่าวดีที่สร้างความรู้สึกตื้นตันเป็นอย่างมาก เนื่องจากตนเองซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกชุมชน LGBTQIA+ เล็งเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวจะช่วยรับรองสิทธิต่าง ๆ อย่างการจดทะเบียนสมรส สวัสดิการภาครัฐ หรือสิทธิให้ความยินยอมรักษาพยาบาลในฐานะคู่สมรส จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่ในวันนี้ สังคมของเราได้ก้าวไปสู่อีกขั้นของความเสมอภาคเป็นที่เรียบร้อย” โดยซิตี้แบงก์เป็นธนาคารระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ. 2510และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะองค์กรที่มีความก้าวหน้าด้านความแตกต่าง ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมกับพนักงานมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย สะท้อนจากการได้รับรางวัลด้านการบริหารองค์ระดับสากลหลายรายการ อาทิ รางวัล “2021 Best Companies to Work for in…
พันตำรวจเอกวัลลพ กังธาราทิพย์ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง รับมอบอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทางจราจร ได้แก่ กรวยจราจร เครื่องปั้มน้ำ และหลอดไฟโซลาร์เซลล์ รวมถึงการจัดซ่อมแซมป้ายสถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายชยุต บุนนาค รักษาการผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมจันทบุรี และตัวแทน-นายหน้าในสังกัด พร้อมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ร่วมมอบอุปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการดำเนินงานแก้ไขและป้องกันอุบัติเหตุทางถนนแก่ผู้ขับขี่ยานยนต์ ประชาชน และนักท่องเที่ยว โดยพิธีส่งมอบจัดขึ้น ณ สถานีตำรวจภูธรเกาะช้าง จังหวัดตราด สำหรับ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกทางจราจรดังกล่าว ถูกจัดตั้งบริเวณท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ ตำบล คลองใหญ่ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรหนาแน่นของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจการรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนน ที่บริษัทฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 40 ปี โดยบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายทั่วทั้งประเทศ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนใประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เปิด “สนามรวมสุข” สนามจักรยานขาไถ สวนลุมพินี สำหรับเด็กช่วงอายุ 2-5 ปี เพื่อให้เป็นสถานออกกำลังกายที่รวมความสุขของเด็กและครอบครัว เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง พัฒนาบุคลิกภาพ การทรงตัว ส่งเสริมน้ำใจนักกีฬา ได้ฝึกทักษะในการแก้ไขปัญหา ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และยังเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้และประสบการณ์นอกห้องเรียน โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ส่งมอบ “สนามรวมสุข” สนามจักรยานขาไถ สวนลุมพินี ให้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมร่วมกันเปิด “สนามรวมสุข” สนามจักรยานขาไถ สวนลุมพินี โดยมีนายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสาวอารยา ภู่พานิช รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานกิจกรรมเพื่อสังคม ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครร่วมพิธีเปิดงาน ในโอกาสนี้ได้เปิดให้เด็ก ๆ กลุ่มแรก (First Finisher) ได้ทดลองใช้สนาม พร้อมจัดการแข่งขันจักรยานขาไถ โดยแบ่งเป็น 5 รุ่น ได้แก่ รุ่นอายุต่ำกว่า 2 ปี รุ่นอายุ 2 ปี รุ่นอายุ 3 ปี รุ่นอายุ 4 ปี และรุ่นอายุ 5 ปี เพื่อหาผู้แทนรุ่นละ 5 คนไปร่วมแข่งขัน “Super Balance Thailand 2024” การแข่งขันจักรยานขาไถรุ่นจิ๋วระดับประเทศ ณ สนามลู่ปั่นจักรยาน“เจริญสุขมงคลจิต” บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงปลายปี 2567 ต่อไป “สนามรวมสุข” สนามจักรยานขาไถ เกิดขึ้นจากเจตนารมณ์ของธนาคารไทยพาณิชย์ในการมุ่งมั่นส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมถึงเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในชุมชนและสังคม…
อลิอันซ์ อยุธยา รายงานผลการดำเนินธุรกิจไตรมาสแรก ปี 2567 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง ทั้งธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย โดยประกันชีวิตสร้างผลงานโดดเด่น ดันมูลค่าธุรกิจใหม่ (NBV) เติบโต 26% เบี้ยประกันรับรวมเติบโต 6% ขณะที่ธุรกิจประกันภัย สร้างเบี้ยรับรวมเติบโต 5% พร้อมผนึกพลังเดินหน้าสร้างแบรนด์แกร่ง มุ่งสร้างรายได้สมดุลจากทุกช่องทาง ขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน มร.โทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า “อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต สร้างผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลประกอบการไตรมาสแรกเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 9,219 ล้านบาท เติบโตที่ 6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโตไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 1,803 ล้านบาท โดยมาจากช่องทางตัวแทน 715 ล้านบาท ช่องทางขายผ่านธนาคาร 667 ล้านบาท ช่องทางขายตรง 381 ล้านบาท และ ช่องทางอื่นๆ 90 ล้านบาท ด้าน มร.ลาร์ส ไฮบุทสกี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย กล่าวว่า ในไตรมาส 1 ปี 2567 นี้ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย สร้างผลผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งในธุรกิจประกันภัยรถยนต์และประกันสุขภาพ มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 3,676 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเติบโต 5 % อยู่ที่ 1,654 ล้านบาท ประกันรถยนต์เติบโต 14% เบี้ยประกันมูลค่า 919 ล้านบาท และประกันวินาศภัยและทรัพย์สินอื่นๆเติบโตไม่เปลี่ยนแปลง เบี้ยประกันมูลค่า 1,103 พันล้านบาท จากตัวเลขการเติบโตในทุกธุรกิจ ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ แต่ยังสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของทีมงานอลิอันซ์ อยุธยา ที่จะผลักดันธุรกิจไปให้ถึงเป้าหมาย พิชิตยอดเบี้ยประกันรับรวมธุรกิจประกันชีวิตที่ 4.1 หมื่นล้านบาท และเบี้ยประกันภัยรับรวมธุรกิจประกันภัยที่…
นางสาวสุภาพ ประดับการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการขายและการตลาด 1 พร้อมด้วย นางณัฐญา ธนะรัชต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานธุรกิจภาครัฐและการตลาดตรง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ส่งต่อความอุ่นใจ ด้วยกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรม “สุขทันทีที่เที่ยวกับการรถไฟ เดินทางครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม“ กรมธรรม์นี้ให้ความคุ้มครองสูงสุด 200,000 บาท กรณีเสียชีวิต และค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุสูงสุด 50,000 บาท พร้อมขยายความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอาหารเป็นพิษ โดยมี นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้รับมอบ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย ททท. ร่วมกับ รฟท. และพันธมิตร เพื่อสนับสนุนต่อยอดนโยบาย IGNITE Thailand’s Tourism ของรัฐบาลและส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว สัมผัสการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ผ่านการเดินทางโดยรถไฟ เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวให้เกิดเป็น AMAZING EXPERIENCE ที่มีคุณค่า โดยโครงการท่องเที่ยวสุขใจกับการรถไฟแห่งประเทศไทยนี้ จัดขึ้น 6 เส้นทางทั่วประเทศไทย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2567
กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เปิดเผยความคืบหน้าของแคมเปญ “กรุงศรี มั่งมี ช้อป ใช้กรุงศรี มั่งมี ทุกร้าน” จัดคาราวานลงพื้นที่พบปะร้านค้าธุรกิจ SME ในย่านการค้า ตลาดขนาดใหญ่ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองใช้บริการแอปพลิเคชัน กรุงศรี มั่งมี ช้อป (Krungsri Mung-Mee SHOP) โดยตรง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา โดยมียอดธุรกรรมเพิ่มขึ้นประมาณ 30% และมีร้านค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีกกว่า 15% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การลงพื้นที่พบปะกับลูกค้าทั่วประเทศในแคมเปญ “กรุงศรี มั่งมี ช้อป ใช้กรุงศรี มั่งมี ทุกร้าน” นี้ ทำให้เรามีโอกาสแนะนำและสร้างการรับรู้ให้กับร้านค้ารายย่อยมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ยอดธุรกรรมและจำนวนลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรายังได้รับข้อมูลเชิงลึก (Insight) จากลูกค้าที่เป็นประโยชน์นำมาใช้พัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อตอบโจทย์ร้านค้าได้ดียิ่งขึ้น ทำให้แอปพลิเคชันกรุงศรี มั่งมี ช้อป เข้ามาเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ชีวิตพ่อค้าแม่ค้าง่ายขึ้น ตอกย้ำแนวคิดของกรุงศรี SME ที่พร้อมช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการร้านค้า SME ทุกระดับ ให้สามารถค้าขาย ทำธุรกิจได้อย่างคล่องตัว “หนึ่งในฟีเจอร์ของแอปพลิเคชัน กรุงศรี มั่งมี ช้อป ที่ได้รับความสนใจจากร้านค้า คือ ความสามารถในการรองรับการจ่ายเงินของนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่าน WeChat และ Alipay ซึ่งทำให้เห็นถึงโอกาสในการขายสินค้าของตนเองได้มากขึ้น โดยธนาคารเริ่มเห็นปริมาณธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่าน WeChat และ Alipay เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 3 เท่า สะท้อนถึงการพัฒนาฟีเจอร์และระบบรองรับการชำระเงินที่ดีมีประสิทธิภาพ ช่วยปิดการขายได้มากขึ้น” นางสาวดวงกมล กล่าว ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา กรุงศรี ได้จัดแคมเปญ “กรุงศรี มั่งมี ช้อป ใช้กรุงศรี มั่งมี ทุกร้าน”…