กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เผยผลประกอบการปี 2563 ประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ เติบโตถึง 18% ช่องทางขายผ่านธนาคารเติบโตถึง 28% ส่วนประกันวินาศภัยเติบโตขึ้น 2% พร้อมทั้งประกาศเป้าหมายเบี้ยรวมในปี 2564 ไว้กว่า 2,700 ล้านบาท
บัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ เปิดเผยในการประชุมพนักงาน “ครั้งที่ 1” ประจำปี 2564 เกี่ยวกับผลประกอบการของเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์และเจนเนอราลี่ กรุ๊ปในปีที่ผ่านมา โดยมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งท่ามกลางภาวะวิกฤต และเป็นบริษัทที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 190 ปี มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการบริหารสินทรัพย์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้วยเหตุนี้เองกลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่จึงสามารถรับมือกับความท้าทายในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลประกอบการทั้งปี 2563 ของกลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานสูงราว 185 พันล้านบาท (5.2 พันล้านยูโร) จากปัจจัยในเชิงบวกและการเติบโตของธุรกิจด้านประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (P&C) และธุรกิจบริหารสินทรัพย์ รวมถึงธุรกิจโฮลดิ้งและธุรกิจอื่นๆ มีอัตราส่วนรวมค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (Combined Ratio) อยู่ที่ 89.1% (-3.5 p.p.) อัตรากำไรจากธุรกิจใหม่ (New Business Margin) อยู่ที่ 3.94% และผลกำไรสุทธิหลังปรับปรุง (Adjusted Net Profit) คิดเป็นเงินจำนวนประมาณ 74.1 พันล้านบาท (2,076 ล้านยูโร) (-12.7%) ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายจำนวน 3,569 พันล้านบาท (จำนวน 100 ล้านยูโร) จากกองทุนวิสามัญระหว่างประเทศสำหรับ Covid-19 (Extraordinary International Fund for Covid-19) และค่าใช้จ่ายจากธุรกรรมการบริหารหนี้สิน โดยมีอัตราความพอเพียงของเงินกองทุนที่แข็งแกร่งถึง 224% จากการสร้างเม็ดเงินทุนที่สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 142 พันล้านบาท (4 พันล้านยูโร) ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทฯ ยังคงมีฐานะเงินทุนที่ยอดเยี่ยมทั้งจากมุมมองทางเทคนิคและในแง่ของฐานะเงินทุน แม้ในสถานการณ์ที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงเนื่องจากการระบาดของโควิด-19
สำหรับผลประกอบการของเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ในภาพรวมถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยในธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ เติบโตถึง 18% ขณะที่ช่องทางการขายผ่านธนาคาร (Bancassurance) มีผลการดำเนินงานในปี 2563 ที่ดีกว่าตลาดอย่างมาก โดยเติบโตถึง 28% จากการขายผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นอย่างแบบประกันชีวิตควบการลงทุนอย่างยูนิตลิงค์ และประกันชีวิตเพื่อสินเชื่อกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) และจาก บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด หนึ่งในกลุ่มบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สำหรับช่องทางประกันกลุ่มยังคงเป็นที่ยอมรับว่าเป็นธุรกิจประกันกลุ่มชั้นนำของประเทศ ด้วยการบริการที่ดี รวมถึงมีการบริหารต้นทุนและผลกำไรอย่างยอดเยี่ยม ส่วนช่องทางไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง และช่องทางการขายผ่านตัวแทนนั้นได้มีการปรับผลิตภัณฑ์เพื่อลดผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยจากการลดลงอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2563 นั้น เติบโตขึ้น 2% โดยส่วนของประกันอุบัติเหตุ (PA) เติบโตถึง 76% ส่วนช่องทางธนาคาร สามารถทำผลงานได้ถึง 117% ของเป้าหมาย จากผลประกอบการร่วมกับพันธมิตรอย่างศรีสวัสดิ์ ด้านการขายผ่านช่องทางไดเร็ก มาร์เก็ตติ้ง เติบโตจากปีก่อนถึง 19% จากการเพิ่มประสิทธิภาพของช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง และการเพิ่มพันธมิตรใหม่ๆ ส่วนสายงานธุรกิจพาณิชยกรรม (GC&C) เติบโตกว่าเป้าหมาย คิดเป็น 155% จากธุรกิจการประกันภัยทรัพย์สิน และประกันภัยงานวิศวกรรม
โดยการประชุมครั้งนี้เจนเนอราลี่ ได้ประกาศเป้าหมายรวมในปี 2564 ไว้กว่า 2,700 ล้านบาท โดยมีกลยุทธ์สำคัญเพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็น Lifetime Partner หรือเพื่อนผู้เคียงข้าง ในทุกช่วงเวลาของชีวิต มุ่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันด้านธุรกิจประกันชีวิต ประกันสุขภาพ รวมถึงประกันวินาศภัย สร้างแรงผลักดันและความน่าเชื่อถือ รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพให้กับพนักงานเพื่อนำไปสู่การให้บริการที่เป็นเลิศ ผ่านนวัตกรรมที่ทันสมัยแก่ลูกค้า เพื่อเป้าหมายในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร